การขอวีซ่า J-1

J1 visa มีหลายประเภท เป็นวีซ่าระยะสั้นสำหรับนักศึกษา postdoctoral,  professor, พนักงาน หรือ visitor ที่มาทำวิจัย ดูงานหรือมาเข้าร่วม workshop, conference ต่างๆ

มีขั้นตอนการทำง่ายๆ (แต่ใช้เวลานานมาก) ขั้นตอนหลักคือ

การขอเอกสารสำหรับทำวีซ่าจากทางอเมริกา

ก็คือการขอหนังสือรับรองจากทางอเมริกาว่าเราจะมาทำอะไรมานานเท่าไหร่นั่นเอง เอกสารที่ว่านี้คนทั่วไปรู้จักในชื่อว่า DS-2019 หรือ I-20   เอกสารตัวนี้ขอได้ไม่ยาก แต่ก็ใช้เวลานานพอสมควรเหมือนกันขึ้นอยู่กับแต่ละมหาลัยหรือแต่ละสปอนเซอร์จากทางอเมริกา โดยทั่วไปไม่น่าจะเกินหนึ่งเดือนหลังยื่นเอกสาร

แต่การติดต่อไปทำวิจัยในครั้งนี้ ไม่เหมือนกับวีซ่านักเรียนตรงที่ ทางโปรเฟสเซอร์ที่เราจะไปทำวิจัยด้วยนั้น ยินดีและตอบรับเพื่อที่จะให้เราไปทำวิจัยในห้องแล็ปเค้าได้ แต่ก็จำเป็นที่จะต้องขอ I-20 คล้าย ๆ กับวีซ่านักเรียนด้วยเช่นกัน

เอกสารสำหรับขอ DS-2019 (for J1) หรือ Form I-20 (for F1) มีดังนี้

  • REQUEST FOR FORM DS-2019 เป็นแบบฟอร์มคำร้องขอเอกสาร DS-2019 แต่ละมหาลัยจะมีรูปแบบไม่เหมือนกันดังนั้นถ้าจะไปมหาลัยไหนก็ไปขอแบบฟอร์มคำร้องจากทาง มหาลัยนั้นๆ โดยส่วนใหญ่ก็ดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของแต่ละมหาลัยได้ ถ้าเพื่อนๆ คนไหนมีสปอนเซอร์หรือโปรเฟสเซอร์ใจดีหน่อย เค้าก็จะส่งแบบฟอร์มมาให้ทางอีเมลล์เองเลย

  • Document of Funding เป็นจดหมายรับรองทางการเงินจากเมืองไทย สำหรับเพื่อนๆ ที่จะมาอเมริกาโดยมีสปอนเซอร์ทางการเงินอยู่ที่เมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน หรือมหาลัยที่เมืองไทย หรือองค์กรต่างๆ ที่ให้ทุนมา ให้เค้าออกหนังสือให้ว่าเค้าจะ support เรื่องเงินเราในการมาอเมริกา

  • สำเนาพาสปอร์ตCurriculum Vitae หรือ resume

  • Transcript และหนังสือรับรองการเป็นนักศึกษา (สำหรับกรณีที่ผู้ขอเป็นนักศึกษาอยู่)

ยื่นเอกสารข้างต้นทั้งหมดมาทางสปอนเซอร์ที่อเมริกา สำคัญอย่าลืมเซ็นต์ชื่อตัวเองมาด้วย ในแบบคำร้องขอ DS-2019 เอกสารต่างๆ ข้างต้น จะใช้วิธีแฟกซ์มาทางอเมริกาก็ได้ ง่ายและก็เร็วดี

การขอวีซ่าจากทางสถาทูตอเมริกาที่เมืองไท

เป็นขั้นตอนที่ยาวนานที่สุด ไปสถานทูตไม่ต่ำกว่าสามรอบ ระหว่างที่รอเอกสาร DS-2019 จากทางอเมริกา ก็เตรียมเอกสารอื่นๆ สำหรับขอวีซ่าจากทางเมืองไทยไว้ก่อน โดยมีเอกสารคร่าวๆ ดังนี้

  • กรอกแบบฟอร์ม ds-156,157,158 ซึ่งถ้าใครสะดวกจะไปเอาที่สถาทูตอเมริกาที่กทม. เองเค้าก็มีให้ แต่ถ้าให้สะดวกกว่าก็ดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ทที่ http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/n_immigrantF.htm

  • passport

  • รูปถ่าย สีหรือขาวดำ ขนาด 5 x 5 cm. หรือ 2 x 2 นิ้ว ถ่ายให้เห็นหูทั้งสองข้าง

  • DS-2019 นั่นเอง

  • transcript และหนังสือรับรองการเป็นนักศึกษาจากทางมหาลัยที่เรียนอยู่ในเมืองไทย

  • หนังสือรับรองทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นสมุดบัญชีที่มีเงินเยอะๆ หรือหนังสือรับรองจากสปอนเซอร์ที่ให้ทุนเราไปอเมริกา หรือหนังสือรับรองการเงินที่ธนาคารทำให้ก็ได้ หากใครพ่อแม่มีหลักฐานทางการเงินดี ๆ ก็สามารถให้พ่อกับแม่ทำหนังสือรับรองทางการเงินให้ด้วยก็ได้ โดยให้ทางธนาคารที่พ่อกับแม่ฝากเงินไว้ออกหนังสือรับรองให้

  • ทะเบียนบ้าน

  • ใบเสร็จค่าทำวีซ่า โดยไปจ่ายค่าทำวีซ่าได้ที่ไปรษณีย์ต่างๆ ที่ กทม. แถวสถาทูตก็มีไปรษณีย์ที่จ่ายได้เยอะ อย่าลืมตรวจสอบดูชื่อและนามสกุลในใบเสร็จให้ถูกต้องด้วย ให้ตรงกันกับในพาสปอร์ต รวมถึงใน transcript และเอกสารอื่นๆ ที่มีชื่อเราอยู่ด้วยทั้งหมด

การยื่นเอกสาร

หลังจากเตรียมเอกสารทั้งหมดเรียบร้อย เอาไปยื่นได้ที่สถานทูต โดยเอกสารทั้งหมดต้องเป็นตัวจริง เน้นตัวจริง ก่อนสัมภาษณ์ ต้องจ่ายเงินค่า SEVIS (Student and Exchange Visitor Information System) ทางอินเตอร์เน็ทประมาณสี่พันบาทและ ปริ้นท์ใบเสร็จออกมาเก็บไว้ไปยื่นตอนสัมภาษณ์ด้วย การจ่ายค่า SEVIS นี้ต้องใช้หมายเลขใน DS-2019  ดังนั้นถ่ายเอกสาร DS-2019 เก็บไว้ก่อนไปยื่นขอวีซ่าด้วย 

รายละเอียดเกี่ยวกับ SEVIS FEE

ดูได้ที่นี่ http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/SEVIS.htm

หลังจากยื่นเอกสาร

รอคิวสัมภาษณ์ประมาณสองเดือน เมื่อสัมภาษณ์เสร็จแล้วก็ไปรับวีซ่าได้หลังจากวันสัมภาษณ์ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ จากนั้นก็ซื้อตั๋วเครื่องบินมาอเมริกาได้เลย

 

ประสบการณ์จากนักศึกษาทุนกาญจนาภิเษก ทำงานวิจัย ณ University of California, Davis ปี 2004

 

 

Copyright 2000 www.usvisa4thai.com All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.

We are not lawyer website. All comments are welcome at www.usvisa4thai.com