K1 : รวบรวมประสบการณ์ สัมภาษณ์

การขอวีซ่า K1, K2 การทำเรื่องเอกสารต่าง ๆ
Post Reply
User avatar
iiwswa
เฝ้าบอร์ด
เฝ้าบอร์ด
Posts: 1105
Joined: Fri Jan 16, 2009 9:42 pm

K1 : รวบรวมประสบการณ์ สัมภาษณ์

Post by iiwswa » Wed Dec 11, 2013 10:58 am

จากข้อมูลที่พี่แนท รวบรวมเก็บไว้ ข้อมูลเดิมเข้าไปอ่านไม่ได้แล้ว
แพรเอามาลงที่นี่ให้ใหม่นะคะ
Pooky Pook wrote: K1-2013 Pooky Pook NOA1 Jul4 สัมภาษณ์ Mar25@Florida

วันนี้มีนัดสัมภาษณ์ 7.00
ไปถึงหน้าสถานฑูต 6.30 ก็จำได้ว่าไม่ต้องต่อแถวต้องไปหน้าสุดแล้วก็ยื่นจดหมายนัดสัมภาษณ์ให้เจ้าหน้าที่แล้วก็เข้าไปข้างใน
ส่งเอกสารตัวจริงที่ไม่ได้ส่งไปกับ pack3 และเอกสารความสัมพันธ์ที่ช่อง6
เจ้าหน้าที่ถามว่ามี tax return 2012 ไหม เราก็บอกไม่มีค่ะเพราะตอนแฟนส่งเอกสารมายังไม่ได้ทำของปี 2012 มีแต่ปี 2011ค่ะ เสร็จแล้วก็ออกไปจ่ายค่าธรรมเนียมไปรษณีย์หลังจากนั้นก็นั่งรอแล้วก็รอค่ะ ขอบอกว่านานมากมายค่ะ วันนี้มีวีซ่าถาวรไปกัน 7 คนค่ะ เราได้สัมภาษณ์คนที่ 5 เวลาประมาณเที่ยงค่ะ กับหนุ่มรูปหล่อช่อง7ค่ะ คำถามก็ปกติทั่วไปค่ะ

A: คุณรู้จักคู่หมั้นได้ยังไง
A: รู้จักกันนานเท่าไร
A:คู่หมั้นมาไทยเมื่อไหร่และคุณทำอะไรตอนที่คู่หมั้นมาไทย
A:คู่หมั้นเจอครอบครัวคุณหรือยัง , ครอบครัวคุณอยู่ที่ไหน
A:คู่หมั้นทำงานอะไร หย่ามานานรึยัง
A:จะแต่งงานเมื่อไหร่ ที่ไหน

แล้วก็มีคำถามเกี่ยวกับที่เราเคยไปเรียนที่ออสเตรเลียมา 9 เดือนว่าเรียนอะไร ที่ไหน แต่เราไม่ได้ขอใบตำรวจออสเตรเลียไปนะค่ะ เพราะเมล์ไปถามสถานฑูตตอนส่ง pack3 เค้าก็ว่าไม่ต้องขอเพราะไม่ถึงปี เห็นท่านฑูตยกนิ้วขึ้นมานับเดือนใหญ่เลยแล้วก็คงจะถามช่องข้างๆ แต่ก็ไม่เห็นเรียกหาค่ะ หลังจากนั้นก็ทยอยคืนเอกสารความสัมพันธ์แล้วบอกว่าจะส่งวีซ่าไปให้ที่บ้านค่ะ

TIME LINE ศูนย์ VSC
NOA1= 4/7/2012
REF = 17/12/2012
Send REF = 21/12/2012
NOA 2 = 7/1/2013
Pack 3 = 1/2/2013
Send pack3 = 22/2/2013
Interview = 25/3/2013

User avatar
iiwswa
เฝ้าบอร์ด
เฝ้าบอร์ด
Posts: 1105
Joined: Fri Jan 16, 2009 9:42 pm

K1 : รวบรวมประสบการณ์ สัมภาษณ์

Post by iiwswa » Wed Dec 11, 2013 11:10 am

K1-2013 Ornarin G Gstr
Ornarin G Gstr wrote:
ไปถึงสถานทูตพอดีเป๊ะ 7 โมงเช้าค่ะ
แลกบัตรและฝากโทรศัพท์และอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ไว้ที่เค้าท์เตอร์ เดินเข้าไปด้านในพุ่งตรงไปยังช่องหมายเลข 6 เพื่อส่งเอกสาร แกงเจอเพื่อนที่ไปสัมภาษณ์ CR ค่ะ
วันนี้ไม่เจอใครมาสัมภาษณ์วีคู่หมั้นแบบแกงเลยค่ะ พอยื่นเอกสารเสร็จ (ทุกอย่างตัวจริง) ก้อไปจ่ายเงินค่าไปรษณีย์และมานั่งรอเรียกค่ะ
กว่าท่านกงสุลจะมาเปิดประตูหน้าต่างสัมภาษณ์ก้อปาไปเกือบสิบโมงแล้ว
จนผ่านไปสักพักก้อได้ยินเรียกชื่อแกง แกงก้อเลยรีบเดินไปยิ้มแย้มแจ่มใสและสวัสดีงามๆหนึ่งที กงสุลก้อชักใส่แกงทันทีว่า
ผมรู้ว่าเป็นคุณและเรียกชื่อสองรอบแล้วนะครับ แกงก้อบอกว่าเห็นท่านมองมาเหมือนกันแต่ไม่ได้ยินว่าเรียกเลยค่ะ
แล้วท่านก้อบอกว่า OK. Never mind. แล้วท่านก้อพูดเป็นภาษาไทยว่า สาบานว่าจะพูดความจริงทุกประการนะครับ พร้อมยื่นเอกสารให้เซ็นต์

ต่อไปนี้คือคำถามค่ะ
กง : Tell me about the love of your life. How did you meet you fiancé , when and where?
แกง : I had known him from dating site. I left him my facebook. Then he found me and we started to talk on facebook and whatsapp since then.
กง : When did you first talk and when did he come to see you?
แกง : March ka.
กง : what's name of that site?
แกง : TLL
กง : (......)
แกง : what's wrong with that site Sir?
กง : nothing
กง : How often did he come to see you?
แกง : 4 times
กง : How longest did he stay with you ? I saw you went to Bali ... So tell me about how was the trip and how long did you stay there?
แกง : ก้ออธิบายไปอ่ะค่ะตามความจริงทุกประการว่าแฟนแกงมาอยุ่กะแกงได้ทีนานๆและไปเที่ยวด้วยกันเยอะมาก
กง : (ทำหน้าเซอร์ไพร์ส) Do you know how long time for my vacation? That's impossible. Doesn't he have a job ?
แกง : อธิบายไปค่ะว่าธุรกิจแฟนแกงเป็นยังไงและทำไมหาเวลามาได้นานๆ
กง : where is he now?
แกง : in USA
กง : Oh i expected to hear that. why do you want to married this guy? Do you know his history?
แกง : of course I knew everything and he is such a nice guy. We have things in common
กง : when did last time you go to USA? How long and what did you do there?
แกง : 2008 for 3 months. Work and travel program for student exchange.
กง : where did you work?
แกง : Wendy's crew
กง: ครุ่นคิดไรไม่รุ้นานมากและก้อพูดว่า oh this was how you met this guy.
แกง : no. I haven't know him yet that time.
กง: He is in New Jersy and you were in NH. That's not so far.
แกง : I didn't have foreigner bf before.
กง : พิมพ์ๆๆๆๆๆอะไรไม่รุ้ค่ะมากมาย และก้อครุ่นคิด You went with J1 ... What did you do there? How did you work? (อีกละ)
แกง : I went for student exchange program. So I can work and travel around. They allowed student to work for 3 months.
กง : where did you work and what was the company that send you there?
แกง : I worked in Wendy's in NH and I went with agency company named " American Learning"
กง : I never heard that before. How do students can work? (แล้วท่านก้อเดินวนไปวนมาค่ะ พร้อมพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ไทยผู้หญิงข้างในสองสามนาทีและมองมาทางแกงเป็นระยะๆ)
กง : You met your bf there.
แกง : ( เอ๊านี่ฟังภาษาอังกฤษไม่รุ้เรื่องหรือว่าแกงพูดภาษาอังกฤษที่ท่านไม่เข้าใจ) No. I met him when I was in Thailand.
กง: What did you do after you come back from USA?
แกง : I finished my university and started to work as secretary for house of representative.
กง : what's party?
แกง : ตอบไปตามความจริง
กง : alright, I don't care.
กง : When did you arrive USA last time and when did you come back?
แกง : ก้อตอบไปตามความจริงว่าสามเดือนไปมีนากลับมิถุนา ท่านก้อทำหน้าครั่นคิด แกงกดดันมากค่ะตอนนั้นและท่านไม่เปิดดูรูปแกงกะแฟนเลยแม้แต่น้อย ไม่มีแม้กระทั่งอ่านเอกสารความสัมพันธ์ต่างๆ ท่านกองไว้กับพาสปอร์ตเลย ไว้กองๆกันไกลๆเลย
กง : How did you lose your J1 visa?
แกง : I moved to new place many times so I lost it when I moved.
กง : show me police record (โชคดีนะคะเตรียมไป)
: when did you start work and when did you come back? (เอาอีกแล้วอ่ะ)
แกง : ก้อตอบไปเหมือนเดิม ท่านก้อเรียกผู้หญิงมาอ่านใบตำรวจ แล้วก้อเหมือนทำหน้าเข้าใจ
กง : when are you going to USA?
แกง : then end of this month.
กง : well, I'm not sure if it will take 1 week or so for issue your visa. Hopefully on time before whenever you want to get married with this guy. จาส่งวีซ่าไหตามที่ยูนี่นาค่าบ (ท่านพูดไทย) Good luck to you with your fiancé (ท่านยกมือไว้และกอพูดอีกว่าโชคดีนะครับ)
แกง : จะร้องไห้ค่ะ รู้สึกกดดันมากตัวจะระเบิด ก้อรับเอกสารอื่นๆคืนมาแล้วก้อขอบคุณกลับไป

รุ้สึกว่าเป็นการสัมภาษณ์ที่ยาวนานและกดดันมากค่ะ เพราะท่านถามซ้ำวนไปวนมา
ที่สำคัญท่านไม่ดูรูปไม่ดูเอกสารความสัมพันธ์เลยค่ะ (คาดว่าท่านคงทำการบ้านมาก่อนสัมภาษณ์แล้ว) แกงสัมเกินครึ่งชั่วโมงค่ะ

นี่แหละค่ะประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและเจอมากับตัว สงสัยจริงๆว่าท่านคิดอะไรถึงไม่ยอมให้แกงผ่านง่ายๆ แต่งตัวสุภาพเรียบร้อยมากนะคะ
เพื่อนๆที่ได้คำถามดีๆผ่่านง่ายๆโชคดีมากเลยค่ะ

User avatar
iiwswa
เฝ้าบอร์ด
เฝ้าบอร์ด
Posts: 1105
Joined: Fri Jan 16, 2009 9:42 pm

K1 : รวบรวมประสบการณ์ สัมภาษณ์

Post by iiwswa » Wed Dec 11, 2013 11:15 am

K1-2011แอนส่ง Jan28,11 สัมภาษณ์ Jun07,11 รับ Jun10,11 @CA
Anny wrote:

K1-2011แอนส่ง Jan28,11 สัมภาษณ์ Jun07,11 รับ Jun10,11 @CA

แอนได้ สภ กะ ฝรั่ง ผู้หญิงค่ะ ผมประบ่า หยิกนิดนึง ทาปากแดง แต่ไม่แต่งหน้า

แอนไปถึงสถานทูต ประมาณ 6.30 ค่ะ
คนเยอะเหมือนเดิม แต่เราก้อไม่ต้องไปต่อแถวค่ะ เดินไปรอด้านหน้า เลย แล้วจะมีน้องเสื้อชมพูมาเรียกค่ะ เสร็จจากนั้น ก้อเข้าไปข้างใน ฝากพวกเครื่องมือสื่อสารก่อนค่ะที่พี่ รปภ ใจดี อิอิ.. จากนั้นก้อเดินไปรอในห้อง
สักประมาณ 7.00 ก้อจะมี จนท.คนไทย มาเรียกตรวจเอกสารค่ะ ( ถ้าใคร ยังไม่ส่งเอกสาร หรืออยากเปลี่ยนแปลง ก้อ บอก จนท และให้เอกสารใบไหม่ ไปค่ะ จนท พูดดีค่ะ ไม่ต้องกลัว ) ..คำถามมีประมาณนี้ค่ะ
1. ให้เล่าเกี่ยวกับ relationship
2. แฟนคุณและคุณทำอารายอยู่ตอนนี้ (หมายถึงงานค่ะ)
3. แฟนคุณมีการส่งเงินให้? แล้วสถานทูตก้อบอกว่า คุณมีงานที่ดี เงินเดือนที่ดี ทำไม ยังให้แฟนส่งให้อีก อิอิ..(พอแอนตอบเสร็จ แอนก้อหัวเราะค่ะ )
4. ทำไมรักคนแก่ (แฟน 55 แอน 28 จร้า ห่างกันมากมาย )
5. จากนั้นก้อถามอีกนิดหน่อยค่ะ เคยแต่งงานมั้ย+มีลูกหรือเปล่า(ทั้งสองคน) แล้วจะไป เมกา ตอนไหน ( แอนใช้เวลา สภ น่าจะ ประมาณ 10 นาที ได้ค่ะ )

***ก้อประมาณนี้ค่ะ สำหรับประสบการณ์ ของแอน ขอบอกว่า สถานทูต ไม่ได้น่ากลัวค่ะ แอนมองว่า ถ้าเอกสารคุณพร้อมและฝ่ายชายถ้าไม่ติดปัญหาอะไร ทุกอย่างน่าจะผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ
( พยายามยิ้ม + มองหน้า + มีอารมณ์ ขันบ้าง (แอนหัวเราะเกือบจะตลอดเวลาค่ะ) + ไม่ต้องเกร็งค่ะ ถ้าไม่เข้าใจ ก้อถามเค้าไปเลย ว่าเราไม่เข้าใจคำถาม )

Time Line...
Jan 28, 2011 = Send I-129F
Feb 3,2011 = Get Receipt Notice
Feb 15, 2011 = NOA1 by mail
Mar 6, 2011 = NOA2 by mail (ไม่ได้เช็คในเนทค่ะ ไม่นึกว่าจะเร็วแบบนี้ อิอิ)
Mar 10, 2011 = Case Number
Mar 21, 2011 = Get Packet 3 by mail (Thai)
Mar 30, 2011 = Send Packet 3
Apr 21, 2011 = Know about Interview date
June 7, 2011 = Interview Date
June 10, 2011 = Get visa...
( 4 เดือน 13 วัน ค่ะ) ..ขอให้ทุก ๆ คนโชคดีนะคะ

****เอกสารที่ต้องเอาไปวัน สภ นะคะ ****
1. บัตรประชาชน
2. สำนำทะเบียนบ้าน
3. ใบเกิด
4. Passport
5. X-ray film
6. เอกสารความสัมพันธ์
7. ส่วนใบโสดและใบตำรวจตัวจริงแอนส่งไปพร้อมแพค 3 ค่ะ
และประวัติวัคซีน เค้าไม่เอาค่ะ

User avatar
iiwswa
เฝ้าบอร์ด
เฝ้าบอร์ด
Posts: 1105
Joined: Fri Jan 16, 2009 9:42 pm

K1 : รวบรวมประสบการณ์ สัมภาษณ์

Post by iiwswa » Wed Dec 11, 2013 11:20 am

K1-2010 จูน May11,10 @LA,CAยกเลิกวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าออก May12,11
We are Munoz wrote: K1-2010 จูน May11,10 @LA,CAยกเลิกวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าออก May12,11

วันนี้ไปสัมภาษณ์มาค่ะ
คิวที่มาสัมภาษณ์ท่องเที่ยว ยาวววววววววววววมากกกกกก เลยเดินไปถามน้องเสื้อม่วงว่าต้องต่อคิวป่าวเนี่ย (6.40 am) เค้าก็ขอดูใบนัดค่ะแล้วบอกไปคอยน่าประตูเลย พี่ยามก็บอกเข้ามาทีละ 5 คนนะ ไอ้เราก็กลัวๆกล้า จะเข้าเลยเหรอว๊า แซงคนเพียบเลย
พี่ยามออกมา ถามอีกทีว่าเข้าได้เลยเปล่า เขาก็บอก เข้าเลย เราก็ถือวิสาสะแซงซะงั้น

เข้ามาแล้วก็ฝากของแล้งพุ่งไปยังห้อง สัมภาษณ์เลย ช่อง 5 (เข้าประตูมาจะอยู่ด้านซ้ายมือ ช่องที่สองค่ะ อยู่ระหว่างเสาธงนะค่ะ คือวันนี้ไปเช้า ไฟเลขช่องยังไม่เปิด …. สังเกตุว่าเข้าจะเขียนว่า วีซ่าถาวรค่ะ)

เอาเอกสารไปยื่นซะ (6.50 am) เจ้าหน้าที่ทำงานเช้ามั่กๆ ตอนยื่นเอกสารก็แอบเห็นรายชื่อผู้สัมภาษณ์วันนี้
ชื่อเราอยู่หน่ายยยยยย อ้อนั่นเอง รอนานแน่ๆ …. ก็ไปนั่งคอยค่ะ

และแล้วเวลาผ่านไปก็มีเจ้าหน้าที่การทูตมาประจำตำแหน่ง (8.15 am) คนแรกเข้าไปสัมภาษณ์ K1 เหมือนกันผู้ชาย คุยนานมากกกกกกกกกก 40 นาทีเห็นจะได้ แล้วก็ไม่ผ่าน ต้องเอาเอกสารมาเพิ่ม

คิวต่อมา ผู้หญิงอีก ขอ CR1 … ไม่ได้ ขอเอกสารเพิ่ม
คนต่อมา ผู้หญิง ไม่แน่ใจ ขออะไร ไม่ได้ คืน passport ด้วย

เราก็ นั่งใจตุ้มๆต่อมๆ
ผู้หญิงอีกนเข้าไป … ผ่าน ค่ะ

น้องผู้หญิง อีกคนเข้าไป … ไม่ผ่าน

และแล้วก็เห็นเค้าหยิบเอกสารความสัมพันธ์ที่เพิ่งยื่นไป เราแน่แล้ว (10.45 am) จริงดังคาด เรียกชื่อเรานั่นเอง
เข้าไปก็ให้สาบาน เค้ายังพูดไม่จบเลย ก็สาบานหล่ะ เลยต้องคอยให้เค้าพูดให้จบก่อน แล้วสาบานอีกครั้งค่ะ

คำถามที่โดนถามก็มีดังนี้
- รู้จักกันได้ยังไง
- เค้าเคยมากี่ครั้ง
- เราเคยไปอเมริกาไหม
- เราทำงานอะไร
- เค้าทำงานอะไร
- ครั้งล่าสุดเจอกันเมื่อไหร่
- หมั้นกันวันไหน

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่การทูตก็แจ้งว่า ตามหลักปฎิบัติแล้วต้องขอยกเลิกวีซ่าท่องเที่ยวนะ แล้วก็ยินดีด้วยนะสำหรับวีซ่าคู่หมั้น แจ้งอีกว่าพอเข้าประเทศอเมริกาแล้วต้องแต่งงานภายใน 90 วันนะ
แล้วจากนั้นไปบอกให้ไปรับวีซ่าค่ะ พร้อมยื่นใบนัดมาให้ค่ะ แล้วยื่นเอกสารความสัมพันธ์คืน

คือแบบว่าวันนี้แบกเอกสารไปประมาณ 5-6 กิโล แต่เค้าไม่เปิดไรดูเลย แม้แต่น้อย เลยแอบน้อยใจ บอกว่าไม่เก็บไว้เหรอ คืนเลยเหรอ
เค้าก็บอกว่า you evidence are very convincing … (มี email/ telephone record/ photo)
เราก็มันหนักนะ ไม่เก็บไว้บ้างเหรอ เค้าก็ยิ้มๆ แล้วบอกว่า but worth isn’t it causes you’ve got visa. เราก็ตอบว่าจริง แต่ยังไม่วายบ่นอีก ว่าตัดต้นไม้ไปตั้งหลายต้นพิมพ์มาอ่ะ เค้าก็บอกว่า เอาไป Recycle ใช้หน้าหลังต่อนะ แล้วบอกอีกว่า บางคนก็เอามามากเกิน บางคนก็น้อยเกิน … (เลยอยากบอกเพื่อนๆว่า เอาไปพอดีๆ ก็ค่ะ เอาไปเยอะมากก็หนักเปล่า …. แบบเราวันนี้แขนแทบหลุด)

ขอให้ทุกคนโชคดีค่ะ

User avatar
iiwswa
เฝ้าบอร์ด
เฝ้าบอร์ด
Posts: 1105
Joined: Fri Jan 16, 2009 9:42 pm

K1-2010 เอื้อง May10,10 รับ May12,10 รวม 167 วัน

Post by iiwswa » Wed Dec 11, 2013 11:26 am

Ueang wrote: K1-2010 เอื้อง May10,10 รับ May12,10 รวม 167 วัน

มาถึงกรุงเทพก่อนวันสัมภาษณ์ 1 วันค่ะ แล้วก็ซ้อมเดินไปหน้าสถานทูต 1 รอบเพื่อดูว่าไปทางไหนแล้วก็ใช้เวลานานเท่าไหร่ แล้วก็กลับมาพักผ่อนค่ะ
วันนี้ตื่นแต่เช้าค่ะ ตั้งนาฬิกาปลุก 4.30
กะว่าจะออกจากโรงแรม (สวัสดีหลังสวนอิน ) สัก 5.30 แต่ก็ออกเวลา 5.40 จนได้คือว่าพักที่โรแรมใกล้ๆกะสถานทูต
เดินไป 10 นาทีค่ะ ระหว่างนั้นก็หาไรกินรองท้องค่ะ แล้วก็เดินข้ามสะพานลอยค่ะ
ไปถึงเวลา 5.50 ค่ะ ก็มีคนเข้าคิวอยู่แล้วประมาณ 10 คนค่ะ พยายามมองหาเพื่อนร่วมชะตาโดยสังเกตุว่ามีใครถือฟิมล์อันใหญ่ๆหรือกระเป๋าใหญ่ๆเหมือนเรามั้ยก็ไม่มีค่ะ สักพักมีน้องคนหนึ่งเดินมาต่อคิวด้านหลัง แอบเห็นเค้าถือกระเป๋าแฟ้ม ก็ดีจัยแล้ว อาจใช่แต่เอะไม่เห็นมีฟิมล์เหมือนเราเลย ก็เริ่มต้น เลยค่ะ ฮ่า เหยื่อมาแล้ว อิอิ ก็แนะนำตัวเองก่อนเลยแล้วถามน้องเค้า เค้าบอกว่ามาขอวีซ่าคู่สมรส เราก็เออ ดีจัยขึ้นมาค่ะ ว่าอย่าน้อยก็มีเพื่อนคุย สักพักก็คุยกันไปเรื่อยค่ะ เค้าก็ถามเกี่ยวกับตรวจร่างกายเราก็ตอบไป บรา บรา แล้วก็ถามเค้าว่าไม่เห็นถือฟิมล์มาด้วยเลย เอาแล้วสิงานเข้าน้องเค้าซะงั้น เค้าบอกว่าลืมค่ะ เพิ่งรู้ตอนนี้เองทำงัยดี เราก็ถามว่าอยู่ไกลป่าว เค้าบอกว่าอยู่อ้อมน้อย ไม่รู้หรอกว่าไกลมั้ย แล้วน้องเค้าก็วิ่งออกไปยืนที่ข้างถนนเหมือนกับว่าจะไปเอาซะงั้น พอเรามองดูเวลาจะ 6.30 แล้ว คิวยาวมากๆค่ะ ก็หันไปดูน้องเค้าอีกทีจังหวะดีที่เค้าหันมาหาเราก็เลยกวักมือเรียก พอมาถึงก็เลยบอกเค้าว่าเข้ามาสัมภาษณ์ก่อนก็น่าจะดีกว่าแล้วถ้ายังงัยค่อยส่งเอกสารเพิ่มก็ได้ค่ะ น้องเค้าก็โอเคก็กลับเข้าต่อคิวเหมือนเดิมค่ะ

พอสักพัก ก็มีสาวเสื้อม่วงออกมาเช็คเอกสารพอเช็คมาถึงเราก็บอกให้ไปรอหลังเส้นแดง เราก็รีบไป โดยไม่สนใจใครเลย ฮ่าฮ่า แล้วก็หน้าแตกค่ะ มีคุณป้าพาลูกมาขอวีซ่าเช่นกันเค้าก็บอกว่าน้องทำอะไรคะ ทำไมมายืนตรงนี้ เราก็บอกว่าเค้าให้มายืนหลังเส้นแดง เค้าก็มองหน้าเราเนี้ยะยืนได้ค่ะ เพราะทุกคนก็ยืนเราก็เลยบอกว่าขอโทษค่ะ เพราะว่าไม่เห็นมีใครค่ะก็เลยมายืนค่ะ เค้ากลัวเราแซงคิวอ่ะ อิอิ ปล่อยไก่

เสร็จแล้วก็เข้าไปข้างใน ฝากโทรศัพท์ ก็สแกนกระเป๋าค่ะ แล้วก็ไปที่ประตูไม้ พอเข้าไปเท่านั้นแหละค่ะ จากที่ข้างนอกร้อนๆ ตอนนี้หนาวเลยค่ะ 5555 ก็หาที่นั่งเลยค่ะ หน้าเลย ตามรุ่นพี่ค่ะ นั่งหน้าเนี้ยะดีนะคะขอบอก เสร็จแล้วสักพักน้องคนนั้นก็เข้ามาก็เลยถามว่าทำมานานจังเค้าบอกว่า เค้าจ้างทนายทำเรื่องให้ค่ะ ทนายให้จดหมายนัดมาแต่ที่เราดูเหมือนทนายเค้าพิมพ์เอง เหมือนเอกสารไม่ได้มาจากสถานทูต เจ้าหน้าที่ก็เลยตรวจสอบนานค่ะ แต่น้องเค้ามีเอกสารอีกอันค่ะ ที่มาจากสถานทูตก็เลยได้เข้ามา

สักพักเจ้าหน้าที่ก็เรียกยื่นเอกสารที่หน้าต่าง 5 ตามสเต็ปเลยค่ะ รีบไปคนแรก แต่ไม่ทันมีคุณป้าอีกคนไปถึงก่อน เอกสารไม่ค่อนเรียบร้อย ค่ะ พี่เจ้าหน้าที่ก็เลยบอกว่าคนต่อไปเตรียมเอกสารรอเลยนะคะ ของเราเตรียมมาดีค่ะ พอถึงคิวเราก็ฟิมล์ก่อนค่ะ ตามด้วยเอกสารตัวจริง

เอกสารตัวจริงก็คลิบหนีบไว้ด้วยกันเลยค่ะ มีหนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบเกิด ใบรับรองโสด
แล้วก็เอกสารความสัมพันธ์ มีดังนี้ค่ะ

1. ประวัติการ chat ประมาณ 18 เดือนๆละ 3-5 แผ่น ทำindex มองเห็นแยกเป็นเดือนๆ ประมาณ 100 แผ่น + ปริ้นส์สกรีนหน้าที่เห็นแฟนขณะ chat ประมาณ 20 แผ่น เขียนรายละเอียดใต้ภาพพร้อมวันที่ค่ะ
2. รูปถ่ายคู่กับแฟน และครอบครัว มีพิธีหมั้นแบบไทยๆ ปริ้นส์ใส่ A4 แผ่นละ 2 ภาพ ประมาณ 30 แผ่น
3. อีเมล์ที่ส่งหากัน ปริ้นส์หน้า Inbox และเนื้อหาข้างใน ประมาณ 50 แผ่น
4. ใบเสร็จต่างๆ ประวัติการจองที่พัก โรงแรม ตั๋วเครื่องบินที่ไปเที่ยวด้วยกัน ใบเสร็จต่างที่แฟนซื้อของให้และส่งเงินให้
5. ประวัติการโทรศัพท์ทั้งของเราและของแฟน

หลังจากนั้นก็กลับมานั่งรอที่เดิมค่ะเม้าส์ต่อไปค่ะ ขณะเดียวกันก็คอยสังเกตช่อง 6 ตลอดค่ะ เกรงว่าเวลาเรียกชื่อเราแล้วเดี๋ยวจะไม่ได้ยินค่ะ และแล้วคนที่ 1 ก็ถูกเรียกไปตอน 8.10 คนนี้พูดภาษาเก่งมากค่ะรู้สึกว่าเค้าพูดไทยไม่ได้แต่หน้าไทยมากค่ะ เค้าก็ตอบเสียงดังฟังชัด ตอนนั้นเราก็นั่งเม้าส์ไปเอียงหูฟังไปด้วย เพราะว่ามีคนมาขอวีซ่าเยอะมากค่ะในห้องนี้แล้วก็เข้าแถวยาวมาจนเรามองไม่เห็นหน้าต่างช่องต่างๆ ขณะนั้นก็ตื่นเต้นกับเพื่อนๆมือเย็นกันทุกคนเลยค่ะ และแล้วเมื่อคนแรกผ่านไป 10 นาทีปรกฎว่าเค้าส่งเสียงประมาณว่าดีจัยและแทงกิ้วมากมายก็พอเดาออกแล้วเสร็จแล้วเค้าก็เดินออกไปด้วยใบหน้าบานเลยค่ะ ต่ออไปก็นั่งลุ้นต่อค่ะ และแล้วก็ได้ยินเสียงคล้ายๆชื่อเราเดินไปดีกว่าและแล้วก็จริงๆด้วยค่ะ

ท่านกงเป็นผู้ชายค่ะหน้าตาดี ตอนแรกมองดูหน้าเหมือนดุหน่อยค่ะแต่พอท่านยิ้มนะคะดูใจดีมากเลยค่ะ
ก็ทักด้วยคำว่าสวัสดีครับเราก็ยกมือไหว้สวัสดีตอบค่ะ
แล้วท่านก็บอกว่าคุณจะพูดความจริงทั้งหมดหรือมั้ย ก็ให้ยกมือขวาค่ะ เราก็ตามขั้นตอนค่ะ อ่านมาดี อิอิ
ค่ะทุกคำพุดเป็นความจริงค่ะ แล้วก็ให้เซ็นชือ ds 156k แล้วก็สแกนนิ้วค่ะ ซ้ายก่อนค่ะ กดไม่แรงพอค่ะท่านก็ให้ใช้มืออีกข้างช่วยจนได้ยินเสียง ติ้ด.. แล้วก็ข้างขวา สุดท้าย 2 โป้งค่ะ
ท่านพูดไทยทุกคำเลยค่ะขอบอก อิอิ

คำถามนะคะ
1. How you met your fiancé? ก็อธิบายไปค่ะ
2. How many time your fiancé come to see you? When and what is the date? ก็ตอบไปค่ะ
3. How you communicate with your fiancé while he is in the state? ก็บอก chat by yahoo messenger and call
4. What language you communicate with your fiancé? English and Thai ค่ะ (แฟนเป็นคนไทยค่ะ พูดไทยนิดหน่อยค่ะ)
5. When your fiancé purpose you to marry? ตอนนี้ท่านยิ้มนิดหน่อย เราก็ตอบแบบเขินๆ แล้วก็บอกวันเดือนปีด้วยค่ะ
6. What is his job? And explain about he job
7. Where he live?
8. What is your job?
9. When will you marry? After arrive US one month
10. Did you married and your fiancé? No I never and he never too
11. Do you want to work in US ? Not sure ka
12. Where will you stay in US?
13. Your English very good ขอบคุณค่ะ

ขณะที่ท่านถามนะคะไม่เปิดเอกสารที่ถือไปเลยค่ะ ได้แต่ถามแล้วก็พิมพ์ไปเรื่อยๆ แค่หยิบดูว่ามีแฟ้มอะไรบ้างค่ะแต่ไม่ได้เปิดข้างในคิดว่าท่านคงดูก่อนหน้าที่จะเรียกแล้วค่ะ แล้วท่านก็หันไปเปิดแฟ้นเล็กน้อยแล้วก็หยิบกระดาษสีขาวที่เราปรารถนาแต่ท่านก็ยังไม่พูดอะไรค่ะ สอดไว้ที่พาสปอร์ตค่ะ แล้วท่านก็คืนเอกสารกลับมาทุกอย่างค่ะ ยกเว้นพาสปอร์ต เราแอบดีจัยเล็กแล้ว แล้วท่าน็บอกว่า ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับผมอนุมัติวีซ่าให้คูณมารับวีซ่าวันที่ 12 พ.ค. บ่าย 3 โมงครับ

เท่าที่ดูเวลาก็สัมภาษณ์อยู่ประมาณ 10 นาทีค่ะ แล้วก็เดินกลับโรงแรมค่ะ แบบว่าตัวเบามากเลยค่ะทั้งที่กระเป๋ายังหนักเหมือนเดิมค่ะ แต่ไม่หนักเลยค่ะ วันนี้ที่รอคอยค่ะ เหมือนยกภูเขาออกไปเลยค่ะ

เดินทาง Jun08,10

User avatar
iiwswa
เฝ้าบอร์ด
เฝ้าบอร์ด
Posts: 1105
Joined: Fri Jan 16, 2009 9:42 pm

K1-2010 แอน May13,10 รับ May18,10@CA

Post by iiwswa » Wed Dec 11, 2013 11:30 am

atchara wrote: K1-2010 แอน May13,10 รับ May18,10@CA

แอนได้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ค่ะ ตื่นตั้งแต่ตีสี่ เพราะว่าบ้านอยู่ไกลไปถึงสถานทูตก้อเกือบจะ 6 โมงแล้วค่ะ
เริ่มมีคนมาเข้าคิวแล้วค่ะ ประมาณ เกือบเจ็ดโมงก้อมีเจ้าหน้าที่ เริ่มเดินเชคใบนัด วีซ่าคู่หมั้นกับวีซ่าถาวรเข้าไปได้เลยค่ะ
แอนก้อเดินไปเลยค่ะคนแรก จากนั้นก้อฝากโทรศัพท์ และเครื่องสื่อสารต่างๆไว้ก่อนที่จะเข้าห้องเย็น
จากนั้นแอนก้อเจอเพื่อนร่วมชะตากับแอนเดินตามมาติดๆ ในที่สุดก้อมีเพื่อนเข้าห้องเย็นด้วยกัน จากนั้นก้อเริ่มมีคนทยอยเข้ามาค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นวีซ่าถาวรเยอะค่ะ มีคู่หมั้นประมาณ 3คน แอนก้อเริ่มเม้าท์กะเพื่อนๆที่ร่วมชะตากัน ต่างคนก้อต่างตื่นเต้น ไม่รู้ผลจะเป็นไง

ประมาณเจ็ดโมงนิดๆ ไฟก้อเริ่มเปิดขึ้น เจ้าหน้าที่ให้ยื่นเอกสารที่ช่องหมายเลขห้า แอนก้อเข้าคิวตามเพื่อนๆไป สรุปได้ยื่นเอกสารเป็นคนสุดท้ายค่ะ จากนั้นก้อกลับมานั่งที่รอเจ้าหน้าที่เรียกชื่อ ทุกคนก้อพากันนั่งคุยอ่ะค่ะ เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้หายตื่นเต้น พอดีเมื่อวานคนมาสัมภาษณ์วีซ่าท่องเที่ยวเยอะมากค่ะ เลยดูวุ่นวาย อาการตื่นเต้นก้อเริ่มลดลง

ประมาณแปดโมงครึ่งแอบมองเห็นท่านกงศุลเข้ามาแล้วค่ะ ทุกคนมองหน้ากัน ใครจะเป็นผู้โชคดีโดนสัมภาษณ์คนแรก แอนคิดว่าแอนคงหลังๆแน่นอนเลย วีซ่าถาวรเยอะค่ะ เกือบสิบคนได้ ก้อเลยนั่งลุ้นอยู่ และแล้วเสียงสวรรค์ก้อดังขึ้น แอนเป็นคนแรกเลยค่ะ โอ้วแม่เจ้า ยังไม่ตั้งหลักเลย ขาสั่น ใจเต้น ตายแน่ๆเรา จากนั้นแอนก้อหิ้วสัมภาระทั้งหลายเข้าไปที่ช่องหมายเลขหก พร้อมไหว้ท่านกงศุลอย่างงามๆ ยิ้มสู้อย่างเดียวเลยค่ะ จากนั้นท่านก้อให้สาบานค่ะ ว่าสิ่งที่ที่พูดเป็นความจริง แอนก้อตอบอย่างไม่คิดเลยค่ะว่า Yes i do......
และแล้วการสัมภาษณ์ก้อเริ่มขึ้น

= คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม
= คุณรู้จักคู่หมั้นได้ยังไง แอนก้อสาธยายไป
= คู่หมั้นคุณมาเมืองไทยทำไมครั้งแรก
= คู่หมั้นมาหาคุณกี่ครั้ง
= คุณจะแต่งงานเมื่อไหร่
= คู่หมั้นคุณทำงานอะไร และเราทำงานอะไร
= คุณจะไปทำงานอะไรที่อเมริกา
= คู่หมั้นคุณพักทีไหน
= คุณเคยแต่งงานไหม คู่หมั้นคุณเคยแต่งงานนไหม คุณมีลูกหรือเปล่า คู่หมั้นคุณมีคู่หมั้นไหม
= คณอยากมีลูกกับคู่หมั้นคุณไหม

ก่อนจบการสัมภาษณ์ท่านถามว่าคุณรู้ใช่ไหมว่าจะต้องแต่งงานภายในเก้าสิบวันคุณห้ามอยู่อเมริกาเกินกำหนดนะ ถ้าคุณไม่แต่งงาน จากนั้นท่านก้อเปิดรูปภาพ ถามเกี่ยวกับรูปต่างๆที่ถ่ายกับแฟนอ่ะค่ะ จากนั้นท่านก้อคืนเอกสารให้และก้อบอกว่า ขอให้เราโชคดีค่ะ และก้อบอกว่า ผมให้วีซ่าคุณครับ มารับวันที่18 พ.ค จากนั้นแอนก้อไหว้งามๆ และขอบคุณท่านพร้อมยิ้มงามๆอีกครั้ง

User avatar
iiwswa
เฝ้าบอร์ด
เฝ้าบอร์ด
Posts: 1105
Joined: Fri Jan 16, 2009 9:42 pm

K1-2010 น้ำ May27,10 รับ Jun07,10 รวม 219 วัน

Post by iiwswa » Wed Dec 11, 2013 11:33 am

Nammie wrote:

K1-2010 น้ำ May27,10 รับ Jun07,10 รวม 219 วัน

เนื่องจากบ้านไกลก็ออกจากบ้านตีสี่สี่สิบห้า และไปถึงสถานฑูตประมาณ 5:30 น. คิดว่าไปถึงเช้าแล้ว แต่ก็มีคนรอเข้าแถวประมาณ 10 คน ส่วนใหญ่มาขอวีซ่าท่องเที่ยว ก็ยืนรอประมาณ 6:30 น. สาวเสื้อม่วงออก เราก็ปรี่แตกแถวออกไปบอกว่า มาสัมภาษณ์วีซ่าคู่หมั้น พร้อมหนังสือเดินทางและยื่นใบนัดที่เราได้รับทางอีเมล์ แล้วก็ได้เข้าไปเป็นคนแรกเลย

ฝากมือถือ/ร่ม/เครื่องคิดเลขพร้อมกับบัตรที่รูปของเราให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และล่งกระเป๋าเข้าเครื่องสแกนก่อน จากนั้นเราเดินผ่านเครื่องสแกน เปิดประตูผ่านเข้าด้านใน แล้วมองหาหน้าต่างหมายเลข5 ตอนนั้นยังไม่เปิดไฟ แต่อ่านเจอว่าวีซ่าถาวร ก็เดาว่าหน้าจะมาถูกแล้ว รีบวางกระเป๋าเตรียมเอาเอกสารตัวจริง ผลตรวจสุขภาพที่ได้จากโรงพยาบาล และเอกสารความสัมพันธ์มารอ เพื่อจะยื่นให้เจ้าหน้าที่ทันที่เรียกให้ส่งเอกสารทันที

ถึงคิวตัวเองเริ่มยื่นเอกสารที่หน้าต่าง 5 โดยผลสุขภาพทั้งหมด ,เอกสารตัวจริง (ทำใส่แฟ้มเอาไว้มีครบทุกอย่าง) แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าให้เอาออกมาจากแฟ้ม โดยขอแค่ passport ใหม่/เก่า (ถ้ามี) , บัตรประชาชน ,ทะเบียนบ้านตัวจริง,ใบเกิดตัวจริง,ใบรับรองโสดตัวจริง เท่านั้นเอง แต่ว่าเหลือดีกว่าขาดค่ะ “คติพจน์สำหรับชาวเรา usvisa4thai.com” จากนั้นนั่งรอรียกชื่อ

***เอกสารสัมพันธ์ที่ยื่น คือ

•รูปถ่ายคู่ปริ้นสีลงบนกระดาษ A4 และรูปถ่ายจากอัลบัมที่ไปเที่ยวด้วยกัน 2007-2008 พร้อมคำอธิบาย ประมาณ 21 รูป
•ปริ้นรูปจากเว็บแคมที่ทำขณะแชทกับแฟนด้วยโปรแกรมของ Yahoo MSN ประมาณ 19 แผ่น
•ปริ้นอีเมล์ที่ส่งถึงกันจาก inbox/sent แยกไปปีๆ (2007-2010) ประมาณ 7-8 ฉบับต่อปี
•ปริ้นประวัติการแชท Yahoo MSN (2007-2010) ประมาณ 15 ฉบับๆละ 5-8 หน้า
•เอกสารสำเนาความสัมพันธ์ของแฟนที่ส่งมาให้ เช่น postcards, e-mail, บันทึกการเบิกเงินATMของแฟนในเมืองไทยจากแบ็งค์ที่อเมริกา,
บันทึกการจ่ายเงินค่าโทรศัพท์ผ่านโปรแกรม Skype program พร้อมกับแสดงหมายเลขโทรเข้าเอเมริกา, วัน เวลา ระยะเวลาที่ใช้
•บิลค่าโรงแรมที่ไปพัก, บิลค่าโทรศัพท์ระหว่างประเทศจากเมืองไทย-อเมริกาของ True IDD Service ประมาณ 4 เดือน (ช่วงนี้โปรโมชั่นนาทีละ 3 บาท )
ระหว่างนั่งรอ ก็ได้คุยกับพี่ชื่อเอ อยู่บอสตัน นิวยอร์ค มาทำเรื่องให้ลูกสาวไปอยู่ด้วย พี่เค้าไปด้วยวีซ่าแต่งงานและอยู่ที่อเมริกามาแล้ว 5 ปี ขณะที่นั่งรอได้ยินเรียกชื่อของตัวเองเป็นคนแรก เวลา 8:45 น. ได้สัมภาษณ์ที่หน้าต่าง 6 กับคุณกงสุลผู้หญิงท่าทางใจดี ยิ้มหวานให้กับเราก่อน เราก็ยกมือไหว้แบบงามพร้อมกับภาษาไทย “สวัสดีค่ะ” ก็ให้เซ็นชื่อในฟอร์มต่อหน้ากงสุล แล้วยกมือขวาสาบานว่าทั้งหมดเป็นความจริง และตามด้วยการสแกนนิ้วซ้าย 4 นิ้ว นิ้วขวา 4 นิ้ว ตามด้วยมือโป้งทั้งสอง (ตื่นเต้นมากไป ทำผิดๆถูก สลับไปมา โก๊ะจริงๆ)

เริ่มคำถามค่ะ
คุณกงสุลพูดภาษาไทย ถามว่า “ คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม๊? .” I can speak a little bit.
การถามก็จะถามด้วยไทยและอังกฤษ ต้องย้อนถามคำถามใหม่หลายๆครั้ง เพราะว่าไม่ค่อยได้ยินชัด คุณกงสุลก็อธิบายคำถามเป็นภาษาไทยให้บ้าง แต่ก็พยายามตอบเป็นภาษาอังกฤษ

- Can he speak Thai?
- How do you talk with him?
- What is his name?
- How old is he?
- What is his birthday?
- How do you meet him?
- When do you meet in first?
- How many times do you meet him in person? When?
- What does he do for work?
- Where does he live?
- Does he live with parents?
- Has he married? Has a kid?
- Have you married? Have a kid?
- Why did not you meet him almost 2 year ? i worked in Slovakia.
- What did you do in Slovakia? …คุณกงสุลบอกว่า it’s very cool country.
- What did your name company in Slovakia?
- How long did you stay there?
- When did you go in Slovakia? And when did you return back home?
- Why did you back home?
- what do you do for work now?

หลังจากนั้นคุณกงสุล สอดเอกสารตัวจริงบัตรประชาชน ,ใบเกิด, ทะเบียนบ้าน ,สำเนาใบรับรองโสดคืน และตามด้วยเอกสารความสัมพันธ์ทั้งหมด (ในใจคิดว่า มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าเนี้ยะ!) แต่เก็บใบรับรองโสดตัวจริงไปเลย

แต่ก็เห็นคุณกงสุลท่านหยิบและเขียนบนกระดาษสีขาว และพูดว่า “Congratulation” หยิบขึ้นมา โชว์ยิ้มหวานเลยค่ะ :D ขอบคุณค่ะ


ป . ล. ให้ส่งใบรับรองโสดตัวจริงมาพร้อมกับ packet 3 เลยค่ะ ตอนแรกส่งเป็นสำเนามาค่ะ

Timelines K1 Visa

Process of K1 Visa (Nammie = 219 Days )

11-05-2009 - Send I-129F to USCIS ,CA.
11-09-2009 - NOA1 Receipt Date
11-18-2009 - Received NOA1 by mail
02-18-2010 - NOA2 Approved Date ( 98 Days)
02-26-2010 - Received NOA2 by mail
03-04-2010 - US citizens got Case Number
03-16-2019- Go to hospital to exam medical health
(it was problem to await LAB Testing =2 months)-->Delayed
03-17-2010 - Received Package 3 by mail
04-19-2010 - Send Package 3 back to US Embassy
04-23-2010 - Got Package 4 by e-mail from US Embassy
05-23-2010- Got a result of LAB Testing and exam medical health by hospital
05-27-2010 - Interview date at 7:00 am
06-07-2010 - Pick up visaTotal time: 7 months 3 days

User avatar
iiwswa
เฝ้าบอร์ด
เฝ้าบอร์ด
Posts: 1105
Joined: Fri Jan 16, 2009 9:42 pm

K1-2010 นก Jun02,10 รับวีซ่า Jul14,10

Post by iiwswa » Wed Dec 11, 2013 11:38 am

Juthamaschin wrote:K1-2010 นก Jun02,10 รับวีซ่า Jul14,10 (เพาะเชื้อ TB 2 เดือน)

วันนี้ไปนั่งรอตั้งแต่เช้าค่ะ แต่ทำใจแล้วว่าวันนี้ยังงัยก้อยังไม่ผ่านค่ะ เพราะว่าต้องรอผล medical exam ก่อนค่ะ

เขาก็สัมภาษณ์ปรกติ ค่ะ แต่จะถามมากหน่อยเพราะว่าแฟนไม่ได้มาหา 2 ปีแล้วค่ะ เขาถามว่าพูด English ตอบ yes i can ค่ะ ต่อจากนั้นก็มาเป็นชุด ค่ะ คนสัมภาษณ์เป็นผู้หญิงค่ะ

เจอกันยังงัย ที่ไหน เมื่อไหร่ เมื่อไหร่ วันแรก ล่าสุด
ลูกคนโต อายุเท่าไร มีลูกกี่คน
คบกันมานานเท่าไร
เขาถามว่าเราไม่ได้เจอกันมา 2 ปี?? แต่เราบอกว่าเจอกันทุกวันค่ะ on skype and email everyday อิอิอิ
เขาถามแฟนอยู่รัฐอะไร เราตอบ Wyoming ค่ะ เขาบอกว่ามันหนาวมาก มาก เราตอบว่า my boyfriend told me him will make me warm อิอิอิ เธอหัวเราะค่ะ

วันนี้ใบรับรองโสดก็ไม่มี ค่ะ เพราะทำไม่ทัน แต่คิดว่าถ้าขอเพิ่ม ก็จะส่งไปพร้อมกับใบรับรองแพทย์
email 20 ใบ ค่ะ,รูปก็ไม่เยอะมากเพราะเวลาไปเที่ยวไปกัน 2 คน ผลัดถ่ายค่ะ แต่ก็มีเอกสารการจ่ายเงิน Hotel, shopping,ใบโอนเงินค่ะ มีอะไรพกไปหมดถึงแม้จะน้อย ก็กังวลมันกันค่ะ จะไม่พอเพราะน้อยมากค่ะ

สรุปเขาบอกว่าวันนี้เอกสารเคลียร์ค่ะ สัมภาษณ์ผ่านไม่มีปัญหาค่ะ แต่รอใบ medical exam ค่ะ เพราะว่าเป็น TB มาก่อนค่ะ เพาะเชื้อ 2 เดือนค่ะ ตอนนี้เหลืออีก 1 เดือนค่ะ

แต่ใบรับรองโสดไม่ได้เอาไปค่ะ ทำไม่ทัน แต่เขาก็ไม่ได้ขอค่ะ แต่เอาไปกันไว้ก็ดีนะค่ะ จะไม่เสียเวลาค่ะ

User avatar
iiwswa
เฝ้าบอร์ด
เฝ้าบอร์ด
Posts: 1105
Joined: Fri Jan 16, 2009 9:42 pm

K1-2010 เปิ้ล Jul01,10 รับวีซ่า Jul08,10 Jointsponsor@CO แฟน

Post by iiwswa » Wed Dec 11, 2013 11:41 am

applecute23 wrote: K1-2010 เปิ้ล Jul01,10 รับวีซ่า Jul08,10 Jointsponsor@CO แฟนเป็นนักเรียน

วันนี้ เปิ้ลตื่นตั้งเเต่ ตี 4 ค่ะ เเต่ออกจากห้อง ตอนตี 5 นั่งเเทกซี่ไปค่ะ ใช้เวลา เเค่ครึ่งชั่วโมง มีคนมารอ 3-4 คนยังเช้ามากเเละฝนตกด้วย จากนั้น 6.30 ประตูเปิด เปิ้ลเป็นคนเเรกที่เข้าไปวันนี้เลยค่ะ พอไปถึงรอเจ้าหน้าที่เรียกตรวจเอกสาร เเล้วรอจ่ายเงินเพิ่มอีก $ 219 (7227 บาท) ค่ะ เเล้วนั่งรอเรียกชื่อสัมภาษณ์

เปิ้ลสัมภาษณ์ เกือบ 10 โมงค่ะ เพราะ เคสเเรกกับเคสที่ 2 ใช้เวลาเกือบ 2ชั่วโมง นั่งรอไปเรื่อยๆๆ ใจเต้น เริ่มกลัวด้วย เเละวันนี้คนเยอะมากวันนี้มีคนสัมภาษณ์วีซ่า ถาวรกะคู่หมั้นไม่เยอะ เเต่ท่องเที่ยวเกือบ 400 คน เปิ้ล สัมภาษณ์กับ ผู้หญิงนะค่ะ ช่อง 6 ใจดีมากก พุดไทยได้ด้วย
คำถามของเปิ้ล เค้าไม่พูดถึงเรื่อง joint sponsor เลยนะค่ะ เปิ้ลใช้ เพราะเเฟนเรียนอยู่

1 what is your fiance's name?
2 how old is he?
3 when do you meet him?
4 why are you getting married so fast?
5.why did you get divorce?
6 when are you planning to get married?
7.where will you get married?
8.did you meet his family?
9.did your fiance meet your family?
10 does your fiance have any brothers or sisters?
11. when will you fly to The USA?
เเค่นี้อ่ะค่ะ กังวลเรื่อง joint sponsor มากๆๆๆๆ เเต่ไม่ถาม เเล้วบอก ว่า ได้วีซ่าไปเเล้ว ต้องเเต่งงานภายใน 90 วัน


Timeline K1 california ka3 March 2010--- sent - I 129F
10 March 2010--- got - noa1
26 April 2010 --- Approved == 47 days==
1 May 2010 --- Got Noa2
6 May 2010 --- NVC got case number
14 May 2010 --- got case number
19 May 2010 --- NVC send case number to U.S.Embassy in Bangkok
24 May 2010 --- Us Embassy got case i know that because i tracking by DHL
2 June 2010 --- Packet 3 by email....
3 June 2010 --- Send Packet **will send tomorrow **
9 June 2010 --- Packet 4
1 July 2010 --- Interview and i get the visa
Omg i got the visa
119 days
waiting for my visa

Sugarcoated
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
Posts: 2
Joined: Tue Nov 12, 2013 5:01 pm

Re: K1 : รวบรวมประสบการณ์ สัมภาษณ์

Post by Sugarcoated » Mon Feb 10, 2014 4:13 pm

K1 - 2014 ค่ะ ขอแชร์แบบคร่าวๆนะคะ
Q : Tell me how many years you study in US ?
Q : When did you meet him ? How ?
Q : Which month exactly you first met him ?
Q : When did he came to visit you ? How many time ? How long each time ?
Q : How many times you met during the last 2 years
Q : How do you communicate ?
Q : How often you talk to him ? / How long each time ?
Q : When did he propose ?

ประมานนี้ค่ะ เราเคยไปเรียนและเจอกับแฟนที่โน่น พอกลับมาก็ยังคบกันอยู่ สัมภาษร์เครียดมากค่ะ แต่ผ่านมาได้ :D

User avatar
iiwswa
เฝ้าบอร์ด
เฝ้าบอร์ด
Posts: 1105
Joined: Fri Jan 16, 2009 9:42 pm

Re: K1 : รวบรวมประสบการณ์ สัมภาษณ์

Post by iiwswa » Mon Feb 10, 2014 4:26 pm

เจอถามน้อยจัง
ดีใจด้วยนะคะ :-)

Post Reply