วีซ่าคู่สมรส Spouse Visa (K3)

  1. การจดทะเบียนสมรสกับชาวอเมริกัน ณ ประเทศไทย

  2. การเปลี่ยนชื่อสกุลในเอกสารสำคัญ

  3. การแปลเอกสาร

  4. กรอกแบบฟอร์ม ยื่นเอกสารและระยะเวลา 

  5. Package 3

  6. เอกสารที่เราจะต้องเตรียมเพื่อใช้ในการสัมภาษณ์นอกเหนือจากแบบฟอร์ม DS ต่างๆ

  7. อกสารที่ใช้ในการยื่นสัมภาษณ์วีซ่า

  8. การสัมภาษณ์

  9. ค่าใช้จ่ายระหว่างดำเนินเรื่อง

  10. หลังจากได้วีซ่า

  11. การปรับสถานะของบุตรธิดา

 

 

วีซ่าคู่สมรส Spouse Visa (K3)

การจดทะเบียนสมรสกับชาวอเมริกัน ณ ประเทศไทย

เอกสารที่แฟนต้องเตรียมมาเพื่อจดทะเบียนสมรสที่เมืองไท

  • ใบเกิด

  • พาสปอร์ต

  • ใบหย่า (ในกรณีที่เคยแต่งงานมาก่อน)

เมื่อมีเอกสารพร้อมแล้วก็ไปที่สถานทูต (ในกรุงเทพ) หรือสถานกงสุล (ต่างจังหวัด) เพื่อให้สถานทูตออกใบรับรองโสดให้ โดยเสียค่าธรรมเนียม $ 30 USD เมื่อได้เอกสารแสดงความเป็นโสดของแฟนแล้วก็นำใบรับรองโสดมาแปลเป็นภาษาไทย และนำไปจดทะเบียนทีสำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอ เจ้าหน้าที่จะให้เอกสารมา 2 ใบคือ

  • ใบทะเบียนสมรส

  • ใบสำคัญการสมรส

การเปลี่ยนชื่อสกุลในเอกสารสำคัญ

เมื่อได้รับเอกสารทั้ง 2 ข้างบนมาแล้ว เราสามารถที่จะติดต่อแก้ไขนามสกุลในบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ได้ในวันเดียวกัน เพี่อใช้ในการเดินเรื่องขอวีซ่าต่อไป และสามารถติดต่อกรมการกงศุลแห่งประเทศไทยเพื่อที่จะเปลี่ยนนามสกุลในพาสปอร์ต โดยเอกสารที่จะต้องเตรียมไปก็คือ

  • บัตรประชาชน และสำเนา

  • พาสปอร์ต

  • ใบทะเบียนสมรส

  • ใบสำคัญการสมรส

แต่ในขณะนี้ทางกรมการกงศุลไม่อนุญาตให้แก้ไขข้อความใด ๆ ลงในพาสปอร์ต ต้องทำเป็น e-passport เท่านั้น ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.mfa.go.th/web/2193.php?id=1782


การแปลเอกสาร  
เอกสารที่เราจะต้องนำไปแปลและให้กรมการกงศุลประทับตรารับรองคือ

  • ใบเกิด

  • ใบทะเบีบนสมรส

  • ใบสำคัญการสมรส

  • ใบเปลี่ยนชือ ( ถ้าพ่อ หรือแม่มีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลก็ต้องนำไปแปลด้วย

  • ทะเบียนบ้าน

ค่าธรรมเนียมการแปลชุดละ 400 บาท เมื่อแปลเสร็จแล้วหากต้องการให้ส่ง EMS ไปให้ที่บ้าน เสียค่าธรรมเนียม 40 บาท ดูรายละเอียดได้จาก http://www.mfa.go.th/web/2157.php

กรอกแบบฟอร์ม ยื่นเอกสาและระยะเวลาในการยื่นเรื่อง

ในการยื่นเอกสารเพื่อทำวีซ่าคู่สมรส(K-3) นั้น จะแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนคือ

ขั้นตอนแรกยื่นแบบฟอร์ม I-130 มีเอกสารดังนี้

  • แบบฟอร์ม I-130

  • แบบฟอร์มForm G-325Aของทั้งสองคน

  • ใบเกิด ภาษาไทย / อังกฤษ

  • ใบเปลี่ยนชื่อ ภาษาไทย / อังกฤษ

  • ทะเบียนสมรส ภาษาไทย / อังกฤษ

  • ใบสำคัญการสมรส ภาษาไทย / อังกฤษ

  • ทะเบียนบ้าน ภาษาไทย / อังกฤษ

  • สำเนาพาสปอร์ตหน้าแรก และหน้าที่มีการเปลี่ยนนามสกุล

  • รูปถ่ายหน้าตรง สำหรับทำวีซ่า 2 ใบ

  • สำเนาใบหย่า

  • สำเนาใบเกิดของแฟน

  • สำเนาพาสปอร์ตของแฟน

  • ค่าธรรมเนียม ของแบบฟอร์ม I-130 $185 USD

เมื่อเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้วก็ส่งเอกสารทั้งหมดไปที่ศูนย์ใกล้บ้าน ซึ่งจะมีบอกในแบบฟอร์ม I-130 หน้าที่ 3 หรือดูได้จาก http://uscis.gov/graphics/fieldoffices/index.htm

ขั้นตอนหลังจากยื่นเอกสาร I-130

หลังจากนั้นรอประมาณ 2 สัปดาห์ ทางศูนย์ก็จะส่ง NOA1 ( Notice of Action : I-797-C ) ซึ่งจะเป็นเอกสารที่แจ้งให้เราทราบว่าศูนย์ได้รับเรื่องของเราไว้แล้ว เราก็นำสำเนาของ NOA 1 นี้ไปประกอบการยื่นเอกสาร I-129F ต่อไป


ขั้นตอนที่ 2 การยื่นแบบฟอร์ม I-129F มีเอกสารดังนี้

  • แบบฟอร์มForm I-129F

  • แบบฟอร์ม Form G-325Aของทั้งสองคน

  • NOA 1 ของ I-130

  • ใบเกิด ภาษาไทย / อังกฤษ

  • ใบเปลี่ยนชื่อ ภาษาไทย / อังกฤษ

  • ทะเบียนสมรส ภาษาไทย / อังกฤษ

  • ใบสำคัญการสมรส ภาษาไทย / อังกฤษ

  • ทะเบียนบ้าน ภาษาไทย / อังกฤษ

  • สำเนาพาสปอร์ตหน้าแรก และหน้าที่มีการเปลี่ยนนามสกุล

  • รูปถ่ายหน้าตรง สำหรับทำวีซ่า 2 ใบ

  • สำเนาใบหย่า

  • สำเนาใบเกิดของแฟน

  • สำเนาพาสปอร์ตของแฟน

  • ค่าธรรมเนียม $ 165 USD

**ข้อแนะนำเรื่องเอกสาร ควรทำเอกสารทุกอย่างไว้สองชุด

เอกสาร I-129F ของวีซ่า K-3 นั้นให้ส่งไปที่
U.S. Citizenship and Immigration Service
P.O. Box 7128
Chicago, IL 60680-7128

ขั้นตอนหลังจากยื่นเอกสาร I-129F

Notice of Action, Reciept Notice (NOA1) หรือ Form I-797
หลังจากที่เราส่งเอกสารไปประมาณ 2 สัปดาห์ ทางศูนย์ ชิคาโก้ ก็จะส่ง NOA 1 เพื่อแจ้งให้เราทราบว่าทางศูนย์ได้รับเรื่องแล้ว และในจดหมายจะแจ้ง Case Number ให้ด้วย ซึ่งตอนนี่เราสามารถเช็คเคสออนไลน์ได้โดยไปที่ https://egov.immigration.gov/cris/jsps/index.jsp

หลังจากได้รับ NOA 1 แล้ว เราก็รอจนกว่าเค้าจะอนุมัติเคสของเรา ระยะเวลาประมาณ 180 วัน


Notice of Action, Approval Notice (NOA2) หรือ Form I-797
เมื่อเคสอนุมัติ ทางศูนย์จะส่ง NOA 2 มาให้ที่แฟน และทางอเมริกาก็จะส่งเอกสารทั้งหมดมาที่สถานทูตโดยใช้เวลาหลังจากอนุมัติแล้วประมาณ 2-3 สัปดาห์ทางสถานทูตก็จะได้รับเคสของเรา หลังจากนั้นสถานทูตจะแจ้งให้เราทราบว่าเค้าได้รับเรื่องของเราแล้วโดยการส่ง Package 3 มาให้เรา

Package 3
แพ็คเกจ 3 คือ เอกสารต่างๆรวมถึงข้อมูาลการเตรียมเอกสารที่เราต้องเตรียมเพื่อยื่นพร้อมการสัมภาษณ์ ซึ่งใน Package 3 จะประกอบไปด้วย

เอกสารที่เราจะต้องเตรียมเพื่อใช้ในการสัมภาษณ์นอกเหนือจากแบบฟอร์ม DS ต่างๆ

1. Police Clearance Record ที่เค้าเรียกกันว่าใบตำรวจนั่นแหละค่ะ ไปขอได้ที่กองกำกับการ สถานีตำรวจแห่งชาติปทุมวัน ตึก 24 นึง หลักฐานที่จะต้องนำไปด้วยคือ
 

  • Passport และถ่ายสำเนา

  • รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว (หน้าตรง) 2 รูป

  • บัตรประชาชน พร้อมสำเนา 1 ชุด

ใบประวัตอาชญากรรมนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เราสามารถไปรับเองได้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือถ้าไม่สะดวกก็ให้เค้าส่ง EMS ให้ก็ได้ เสียค่าส่ง 40 บาท เอกสารมีอายุ 6 เดือน

2. เอกสารเกี่ยวกับตัวเรา ที่นำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษและให้กระทรวงต่างประเทศรับรองแล้ว

  • ใบเกิด

  • ใบเปลี่ยนชื่อ (ในกรณีที่มีการเปลี่ยนชื่อ)

  • ใบหย่า (ในกรณีที่เคยแต่งงานแล้วหย่า)

  • ใบทะเบียนสมรส

เอาแค่นี้พอค่ะ เพราะอันอื่นเค้าดูตัวจริงเลยเช่นทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน

3. ใบตรวจสุขภาพ ซึ่งคุณสามารถไปตรวจได้ที่ Bumrungrad หรือที่ BNH (Bangkok Nursing Home ที่ซอย Convent) โดยนำ

  • แบบฟอร์ม Medical Exam (ใน package 3 ไม่ต้องกรอกอะไรเลยนะคะ ให้คุณหมอกรอกค่ะ)

  • Passport

  • รูปถ่าย 1 หรือ 2 นิ้ว

ค่าใช้จ่ายก็ะแล้วแต่ใครโดยฉีดยา (วัคซีน) มากหรือน้อย สิ่งที่เค้าตรวจคือ ปอด / เชื้อ HIV / ซิฟิลิส เป็นหลัก คุณจะได้รับ copy vaccination recordเป็นซองเล็กแยกมา อันนี้คุณเปิดดูได้และคุณต้องเก็บรักษาให้ดีเพราะจะเป็นบันทึกการรับวัคซีนของคุณซึ่งต้องใช้อีกที่อเมริกา ไม่อย่างนั้นโดนฉีดใหมอีกแน่นอน


4. จ่ายเงินค่าธรรมเนียมที่ไปรษณีย์นะคะ บอกว่ามาชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าและเก็บใบเสร็จไว้ให้ดี เพราะต้องใช้ยื่นสัมภาษณ์ 4000 บาทค่ะ


อกสารในการยื่นสัมภาษณ์วีซ่า

จัดกลุ่มเป็น 3 เซ็ตคือ


Set 1 เอกสารของเรา

  • Passport ตัวจริง

  • รูปหน้าตรง 2 รูป (รูปแบบที่เราถ่ายส่งไปให้แฟนตั้งแต่ครั้งแรกน่ะค่ะ)

  • ใบเสร็จที่ไปจ่ายที่ไปรษณีย์

  • DS 156

  • DS 156K

  • DS 157

  • ใบเปลี่ยนชื่อ (ในกรณีที่มีการเปลี่ยนชื่อ) ตัวจริง และสำเนาที่แปลและรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ

  • ใบหย่า (ในกรณีที่เคยแต่งงานแล้วหย่า) ตัวจริง และสำเนาที่แปลและรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ

  • ใบทะเบียนสมรสตัวจริง และสำเนาที่แปลและรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ

  • ใบเกิดตัวจริง และสำเนาที่แปลและรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ

  • บัตรประชาชนตัวจริง / สำเนา

  • Medical exam ที่ได้มาจากโรงพยาบาล

Set 2 เอกสารของแฟน

  • I-134 Affidavit of Support สามารถดู poverty guidline ได้ที่นี่ http://travel.state.gov/visa/immigrants/info/info_1327.html

  • จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้างของเค้า

  • tax return ย้อนหลัง 3 ปี

  • เอกสารด้านการเงิน เช่น บัญชีธนาคาร หริอเอกสารการเป็นเจ้าของบ้าน

  • ถ้าเคยแต่งงานมาก่อนก็อย่าลืมแนบใบหย่าไปด้วย

Set 3 เอกสารแสดงความสัมพันธ์

  • e-mail ที่เขียนถึงกัน

  • รูปถ่าย

  • Bill ค่าโทรศัพท์ทีโทรหากัน

  • การ์ดที่ส่งถึงกัน

และหลักฐานอื่นๆ ที่คุณมี

การสัมภาษณ์


เตรียมตัวแต่เช้า เพราะทุกๆวันที่สถานทูตจะมีคนไปยื่นเรื่องขอวีซ่าและสัมภาษณ์กันมาก ถ้าคุณอยากสัมภาษณ์เสร็จเร็วๆ ก็ออกจากบ้านแต่เช้านิดนึงนะคะ ตอนที่จะเข้าไปในสถานทูต ถ้าหากมีโทรศัพท์มือถือ เจ้าหน้าที่จะให้ฝากไว้ด้านนอกพร้อมทั้งบัตรประจำตัว ขอแนะนำว่าให้ฝากบัตรอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่บัตรประชาชน เพราะเค้าจะขอดูบัตรประชาชนเวลาที่เราไปแสดงเอกสารด้วยค่ะ

พอเข้าไปแล้วให้ไปติดต่อช่องที่เค้าบอกไว้ในใบนัดนะคะ เพี่อแสดงเอกสารหลักฐานต่างๆ อย่าลืมเอาใบนัดไปด้วยนะคะ พอเค้าตรวจเอกสารเสร็จเราก็ไปนั่งรอเค้าเรียกชื่อเพี่อไปสัมภาษณ์  เราสามารถเอาขนม น้ำ หรือหนังสือไปอ่านด้วยก้ได้นะคะ เพราะอาจจะต้องรอนาน เมื่อเค้าตรวจเอกสารเราจนพอใจแล้วเค้าก็จะประกาศชื่อเราให้ไปสัมภาษณ์ ก่อนอื่นก็จะให้เรายกมือสาบานว่าจะพูดความจริง และพิมพ์ลายนิ้วมือ และเรื่มสัมภาษณ์ เราสามารถสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤก็ได้ เพราะ คนที่สัมภาษณ์เค้าสามารถพูดไทยได้ แต่ถ้าเค้าพูดไม่ได้ก็จะมีเจ้าหน้าที่คนไทยมาเป็นล่ามให้ค่ะ
 

คำถามส่วนใหญ่ก็จะถามถึงความสัมพันธ์ เช่น

  • รู้จักกันได้อย่างไร เจอกันกี่ครั

  • แต่งงานเมื่อไหร่ ที่ไหน

  • แฟนทำงานอะไร

ไม่ยาก ไม่ต้องตื่นเต้น สัมภาษณ์เสร็จ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรเค้าก็จะออกใบนัดให้เรามารับวีซ่าในวันถัดไป
 

ค่าใช้จ่ายที่มีระหว่างการดำเนินเรื่อง

  • Filing an Immediately Relative Petition, Form I-130                         $185

  • Filing an Alien Fianc?(e) Petition, Form I-129F                               $165

  • Nonimmigrant visa application processing fee                                $100

  • Medical examination (costs vary from post to post)                     ~ $100

  • Fingerprinting fees, if required

  • ค่าใช้จ่ายในการแปลเอกสาร สามารถแปลเองได้ที่นี่

  • Filing Form I-485 Adjust Status การปรับสถานะเมื่อมาถึงอเมริกา             $315

  • Application for Employment Authorization (Work Permit) Form I-765   $175

หลังจากได้วีซ่า

สำหรับวีซ่าคู่สมรสมีอายุ 2 ปี หมายถึงว่าคุณสามารถมาอเมริกาเมื่อไหร่ก็ได้ในระยะเวลา 2 ปี (นับจากวันที่ออกวีซ่า) และก็เป็น Multiple Entry หมายถึงว่าเราสามารถเข้าออกอเมริกากี่ครั้งก็ได้ภายในเวลา 2 ปี (นับจากวันที่ออกวีซ่า) โดยไม่ต้องขอ Advance Parol (ใบท่องเที่ยวนอกสหรัฐ) แต่จะต้องดำเนินเรื่อง  Application to Register Permanent Residence or to Adjust Status โดยกรอกแบบฟอร์ม I-485 ส่งเรื่อง ณ สำนักงานในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ และจะต้องกรอกแบบฟอร์ม I-864, Affidavit of Support การอนุมัติกรีนการ์ดสำหรับวีซ่าคู่สมรสนั้น หากแต่งงานเกินสองปีนับจากวันที่แต่งงานจนถึงวันที่ได้อนุมัติกรีนการ์ด ท่านจะได้รับกรีนการ์ดที่มีอายุสิบปีเท่านั้น

การปรับสถานะของบุตรธิดา (K-4 visa)

บุตรธิดาที่ได้รับวีซ่า K-4 จากบิดาหรือมารดานั้น ต้องให้แน่ใจว่ามีชื่อของบุตรธิดาในเอกสาร I-129F  เด็กจะต้องกรอกแบบฟอร์ม I-485 ในการปรับสถานะแยกจากบิดาหรือมารดา

 

แปลและเรียบเรียงจาก U.S dept. of State และรวบรวมจากประสบการณ์ส่วนตัวของสมาชิก

Copyright 2000 www.usvisa4thai.com All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.

We are not lawyer website. All comments are welcome at www.usvisa4thai.com