วีซ่าคู่สมรส Spouse Visa (K3)
-
การจดทะเบียนสมรสกับชาวอเมริกัน ณ ประเทศไทย
-
การเปลี่ยนชื่อสกุลในเอกสารสำคัญ
-
การแปลเอกสาร
-
กรอกแบบฟอร์ม ยื่นเอกสารและระยะเวลา
-
Package 3
-
เอกสารที่เราจะต้องเตรียมเพื่อใช้ในการสัมภาษณ์นอกเหนือจากแบบฟอร์ม DS ต่างๆ
-
เอกสารที่ใช้ในการยื่นสัมภาษณ์วีซ่า
-
การสัมภาษณ์
-
ค่าใช้จ่ายระหว่างดำเนินเรื่อง
-
หลังจากได้วีซ่า
-
การปรับสถานะของบุตรธิดา
วีซ่าคู่สมรส Spouse Visa (K3)
การจดทะเบียนสมรสกับชาวอเมริกัน ณ ประเทศไทย
เอกสารที่แฟนต้องเตรียมมาเพื่อจดทะเบียนสมรสที่เมืองไทย
เมื่อมีเอกสารพร้อมแล้วก็ไปที่สถานทูต (ในกรุงเทพ) หรือสถานกงสุล (ต่างจังหวัด) เพื่อให้สถานทูตออกใบรับรองโสดให้ โดยเสียค่าธรรมเนียม $ 30 USD เมื่อได้เอกสารแสดงความเป็นโสดของแฟนแล้วก็นำใบรับรองโสดมาแปลเป็นภาษาไทย และนำไปจดทะเบียนทีสำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอ เจ้าหน้าที่จะให้เอกสารมา 2 ใบคือ
-
ใบทะเบียนสมรส
-
ใบสำคัญการสมรส
การเปลี่ยนชื่อสกุลในเอกสารสำคัญ
เมื่อได้รับเอกสารทั้ง 2 ข้างบนมาแล้ว เราสามารถที่จะติดต่อแก้ไขนามสกุลในบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ได้ในวันเดียวกัน เพี่อใช้ในการเดินเรื่องขอวีซ่าต่อไป และสามารถติดต่อกรมการกงศุลแห่งประเทศไทยเพื่อที่จะเปลี่ยนนามสกุลในพาสปอร์ต โดยเอกสารที่จะต้องเตรียมไปก็คือ
-
บัตรประชาชน และสำเนา
-
พาสปอร์ต
-
ใบทะเบียนสมรส
-
ใบสำคัญการสมรส
แต่ในขณะนี้ทางกรมการกงศุลไม่อนุญาตให้แก้ไขข้อความใด ๆ ลงในพาสปอร์ต ต้องทำเป็น e-passport เท่านั้น ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.mfa.go.th/web/2193.php?id=1782
การแปลเอกสาร
เอกสารที่เราจะต้องนำไปแปลและให้กรมการกงศุลประทับตรารับรองคือ
ค่าธรรมเนียมการแปลชุดละ 400 บาท เมื่อแปลเสร็จแล้วหากต้องการให้ส่ง EMS ไปให้ที่บ้าน เสียค่าธรรมเนียม 40 บาท ดูรายละเอียดได้จาก http://www.mfa.go.th/web/2157.php
กรอกแบบฟอร์ม ยื่นเอกสารและระยะเวลาในการยื่นเรื่อง
ในการยื่นเอกสารเพื่อทำวีซ่าคู่สมรส(K-3) นั้น จะแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนคือ
ขั้นตอนแรกยื่นแบบฟอร์ม I-130 มีเอกสารดังนี้
-
แบบฟอร์ม I-130
-
แบบฟอร์มForm G-325Aของทั้งสองคน
-
ใบเกิด ภาษาไทย / อังกฤษ
-
ใบเปลี่ยนชื่อ ภาษาไทย / อังกฤษ
-
ทะเบียนสมรส ภาษาไทย / อังกฤษ
-
ใบสำคัญการสมรส ภาษาไทย / อังกฤษ
-
ทะเบียนบ้าน ภาษาไทย / อังกฤษ
-
สำเนาพาสปอร์ตหน้าแรก และหน้าที่มีการเปลี่ยนนามสกุล
-
รูปถ่ายหน้าตรง สำหรับทำวีซ่า 2 ใบ
-
สำเนาใบหย่า
-
สำเนาใบเกิดของแฟน
-
สำเนาพาสปอร์ตของแฟน
-
ค่าธรรมเนียม ของแบบฟอร์ม I-130 $185 USD
เมื่อเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้วก็ส่งเอกสารทั้งหมดไปที่ศูนย์ใกล้บ้าน ซึ่งจะมีบอกในแบบฟอร์ม I-130 หน้าที่ 3 หรือดูได้จาก http://uscis.gov/graphics/fieldoffices/index.htm
ขั้นตอนหลังจากยื่นเอกสาร I-130
หลังจากนั้นรอประมาณ 2 สัปดาห์ ทางศูนย์ก็จะส่ง NOA1 ( Notice of Action : I-797-C ) ซึ่งจะเป็นเอกสารที่แจ้งให้เราทราบว่าศูนย์ได้รับเรื่องของเราไว้แล้ว เราก็นำสำเนาของ NOA 1 นี้ไปประกอบการยื่นเอกสาร I-129F ต่อไป
ขั้นตอนที่ 2 การยื่นแบบฟอร์ม I-129F มีเอกสารดังนี้
-
แบบฟอร์มForm I-129F
-
แบบฟอร์ม Form G-325Aของทั้งสองคน
-
NOA 1 ของ I-130
-
ใบเกิด ภาษาไทย / อังกฤษ
-
ใบเปลี่ยนชื่อ ภาษาไทย / อังกฤษ
-
ทะเบียนสมรส ภาษาไทย / อังกฤษ
-
ใบสำคัญการสมรส ภาษาไทย / อังกฤษ
-
ทะเบียนบ้าน ภาษาไทย / อังกฤษ
-
สำเนาพาสปอร์ตหน้าแรก และหน้าที่มีการเปลี่ยนนามสกุล
-
รูปถ่ายหน้าตรง สำหรับทำวีซ่า 2 ใบ
-
สำเนาใบหย่า
-
สำเนาใบเกิดของแฟน
-
สำเนาพาสปอร์ตของแฟน
-
ค่าธรรมเนียม $ 165 USD
**ข้อแนะนำเรื่องเอกสาร ควรทำเอกสารทุกอย่างไว้สองชุด
เอกสาร I-129F ของวีซ่า K-3 นั้นให้ส่งไปที่
U.S. Citizenship and Immigration Service
P.O. Box 7128
Chicago, IL 60680-7128
ขั้นตอนหลังจากยื่นเอกสาร I-129F
Notice of Action, Reciept Notice (NOA1) หรือ Form I-797
หลังจากที่เราส่งเอกสารไปประมาณ 2 สัปดาห์ ทางศูนย์ ชิคาโก้ ก็จะส่ง NOA 1 เพื่อแจ้งให้เราทราบว่าทางศูนย์ได้รับเรื่องแล้ว และในจดหมายจะแจ้ง Case Number ให้ด้วย ซึ่งตอนนี่เราสามารถเช็คเคสออนไลน์ได้โดยไปที่ https://egov.immigration.gov/cris/jsps/index.jsp
หลังจากได้รับ NOA 1 แล้ว เราก็รอจนกว่าเค้าจะอนุมัติเคสของเรา ระยะเวลาประมาณ 180 วัน
Notice of Action, Approval Notice (NOA2) หรือ Form I-797
เมื่อเคสอนุมัติ ทางศูนย์จะส่ง NOA 2 มาให้ที่แฟน และทางอเมริกาก็จะส่งเอกสารทั้งหมดมาที่สถานทูตโดยใช้เวลาหลังจากอนุมัติแล้วประมาณ 2-3 สัปดาห์ทางสถานทูตก็จะได้รับเคสของเรา หลังจากนั้นสถานทูตจะแจ้งให้เราทราบว่าเค้าได้รับเรื่องของเราแล้วโดยการส่ง Package 3 มาให้เรา
Package 3
แพ็คเกจ 3 คือ เอกสารต่างๆรวมถึงข้อมูาลการเตรียมเอกสารที่เราต้องเตรียมเพื่อยื่นพร้อมการสัมภาษณ์ ซึ่งใน Package 3 จะประกอบไปด้วย
เอกสารที่เราจะต้องเตรียมเพื่อใช้ในการสัมภาษณ์นอกเหนือจากแบบฟอร์ม DS ต่างๆ
1. Police Clearance Record ที่เค้าเรียกกันว่าใบตำรวจนั่นแหละค่ะ ไปขอได้ที่กองกำกับการ สถานีตำรวจแห่งชาติปทุมวัน ตึก 24 นึง หลักฐานที่จะต้องนำไปด้วยคือ
ใบประวัติอาชญากรรมนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เราสามารถไปรับเองได้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือถ้าไม่สะดวกก็ให้เค้าส่ง EMS ให้ก็ได้ เสียค่าส่ง 40 บาท เอกสารมีอายุ 6 เดือน
2. เอกสารเกี่ยวกับตัวเรา ที่นำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษและให้กระทรวงต่างประเทศรับรองแล้ว
เอาแค่นี้พอค่ะ เพราะอันอื่นเค้าดูตัวจริงเลยเช่นทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน
3. ใบตรวจสุขภาพ ซึ่งคุณสามารถไปตรวจได้ที่ Bumrungrad หรือที่ BNH (Bangkok Nursing Home ที่ซอย Convent) โดยนำ
ค่าใช้จ่ายก็ะแล้วแต่ใครโดยฉีดยา (วัคซีน) มากหรือน้อย สิ่งที่เค้าตรวจคือ ปอด / เชื้อ HIV / ซิฟิลิส เป็นหลัก คุณจะได้รับ copy vaccination recordเป็นซองเล็กแยกมา อันนี้คุณเปิดดูได้และคุณต้องเก็บรักษาให้ดีเพราะจะเป็นบันทึกการรับวัคซีนของคุณซึ่งต้องใช้อีกที่อเมริกา ไม่อย่างนั้นโดนฉีดใหม่อีกแน่นอน
4. จ่ายเงินค่าธรรมเนียมที่ไปรษณีย์นะคะ บอกว่ามาชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าและเก็บใบเสร็จไว้ให้ดี เพราะต้องใช้ยื่นสัมภาษณ์ 4000 บาทค่ะ
เอกสารในการยื่นสัมภาษณ์วีซ่า
จัดกลุ่มเป็น 3 เซ็ตคือ
Set 1 เอกสารของเรา
-
Passport ตัวจริง
-
รูปหน้าตรง 2 รูป (รูปแบบที่เราถ่ายส่งไปให้แฟนตั้งแต่ครั้งแรกน่ะค่ะ)
-
ใบเสร็จที่ไปจ่ายที่ไปรษณีย์
-
DS 156
-
DS 156K
-
DS 157
-
ใบเปลี่ยนชื่อ (ในกรณีที่มีการเปลี่ยนชื่อ) ตัวจริง และสำเนาที่แปลและรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ
-
ใบหย่า (ในกรณีที่เคยแต่งงานแล้วหย่า) ตัวจริง และสำเนาที่แปลและรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ
-
ใบทะเบียนสมรสตัวจริง และสำเนาที่แปลและรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ
-
ใบเกิดตัวจริง และสำเนาที่แปลและรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ
-
บัตรประชาชนตัวจริง / สำเนา
-
Medical exam ที่ได้มาจากโรงพยาบาล
Set 2 เอกสารของแฟน
Set 3 เอกสารแสดงความสัมพันธ์
และหลักฐานอื่นๆ ที่คุณมี
การสัมภาษณ์
เตรียมตัวแต่เช้า เพราะทุกๆวันที่สถานทูตจะมีคนไปยื่นเรื่องขอวีซ่าและสัมภาษณ์กันมาก ถ้าคุณอยากสัมภาษณ์เสร็จเร็วๆ ก็ออกจากบ้านแต่เช้านิดนึงนะคะ ตอนที่จะเข้าไปในสถานทูต ถ้าหากมีโทรศัพท์มือถือ เจ้าหน้าที่จะให้ฝากไว้ด้านนอกพร้อมทั้งบัตรประจำตัว ขอแนะนำว่าให้ฝากบัตรอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่บัตรประชาชน เพราะเค้าจะขอดูบัตรประชาชนเวลาที่เราไปแสดงเอกสารด้วยค่ะ
พอเข้าไปแล้วให้ไปติดต่อช่องที่เค้าบอกไว้ในใบนัดนะคะ เพี่อแสดงเอกสารหลักฐานต่างๆ อย่าลืมเอาใบนัดไปด้วยนะคะ พอเค้าตรวจเอกสารเสร็จเราก็ไปนั่งรอเค้าเรียกชื่อเพี่อไปสัมภาษณ์ เราสามารถเอาขนม น้ำ หรือหนังสือไปอ่านด้วยก้ได้นะคะ เพราะอาจจะต้องรอนาน เมื่อเค้าตรวจเอกสารเราจนพอใจแล้วเค้าก็จะประกาศชื่อเราให้ไปสัมภาษณ์ ก่อนอื่นก็จะให้เรายกมือสาบานว่าจะพูดความจริง และพิมพ์ลายนิ้วมือ และเรื่มสัมภาษณ์ เราสามารถสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ เพราะ คนที่สัมภาษณ์เค้าสามารถพูดไทยได้ แต่ถ้าเค้าพูดไม่ได้ก็จะมีเจ้าหน้าที่คนไทยมาเป็นล่ามให้ค่ะ
คำถามส่วนใหญ่ก็จะถามถึงความสัมพันธ์ เช่น
ไม่ยาก ไม่ต้องตื่นเต้น สัมภาษณ์เสร็จ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรเค้าก็จะออกใบนัดให้เรามารับวีซ่าในวันถัดไป
ค่าใช้จ่ายที่มีระหว่างการดำเนินเรื่อง
-
Filing an Immediately Relative Petition, Form I-130 $185
-
Filing an Alien Fianc?(e) Petition, Form I-129F $165
-
Nonimmigrant visa application processing fee $100
-
Medical examination (costs vary from post to post) ~ $100
-
Fingerprinting fees, if required
-
ค่าใช้จ่ายในการแปลเอกสาร สามารถแปลเองได้ที่นี่
-
Filing Form I-485 Adjust Status การปรับสถานะเมื่อมาถึงอเมริกา $315
-
Application for Employment Authorization (Work Permit) Form I-765 $175
หลังจากได้วีซ่า
สำหรับวีซ่าคู่สมรสมีอายุ 2 ปี หมายถึงว่าคุณสามารถมาอเมริกาเมื่อไหร่ก็ได้ในระยะเวลา 2 ปี (นับจากวันที่ออกวีซ่า) และก็เป็น Multiple Entry หมายถึงว่าเราสามารถเข้าออกอเมริกากี่ครั้งก็ได้ภายในเวลา 2 ปี (นับจากวันที่ออกวีซ่า) โดยไม่ต้องขอ Advance Parol (ใบท่องเที่ยวนอกสหรัฐ) แต่จะต้องดำเนินเรื่อง Application to Register Permanent Residence or to Adjust Status โดยกรอกแบบฟอร์ม I-485 ส่งเรื่อง ณ สำนักงานในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ และจะต้องกรอกแบบฟอร์ม I-864, Affidavit of Support การอนุมัติกรีนการ์ดสำหรับวีซ่าคู่สมรสนั้น หากแต่งงานเกินสองปีนับจากวันที่แต่งงานจนถึงวันที่ได้อนุมัติกรีนการ์ด ท่านจะได้รับกรีนการ์ดที่มีอายุสิบปีเท่านั้น
การปรับสถานะของบุตรธิดา (K-4 visa)
บุตรธิดาที่ได้รับวีซ่า K-4 จากบิดาหรือมารดานั้น ต้องให้แน่ใจว่ามีชื่อของบุตรธิดาในเอกสาร I-129F เด็กจะต้องกรอกแบบฟอร์ม I-485 ในการปรับสถานะแยกจากบิดาหรือมารดา
แปลและเรียบเรียงจาก U.S dept. of State และรวบรวมจากประสบการณ์ส่วนตัวของสมาชิก